สวัสดีวันอาทิตย์ครับทุกคน :)
อาทิตย์นี้ผมมีเรื่องมาเล่าเยอะเลย เพราะมันเป็นอาทิตย์ที่ผมมีความสุขมากที่สุด เเต่ในขณะเดียวกัน ก็ทุกข์มากที่สุดเหมือนกัน
ผมเคยคิดมาตลอดว่า ‘คนที่ประสบความสําเร็จ’ ต้องเป็นคนที่มีอุดมการณ์ชัดเจน ฉลาด เเละเเก้ไขปัญหาเก่ง อีกทั้ง ยังต้องเป็นคนที่สามารถเค้นให้ทุกอย่างที่เค้าทํา มี ‘ประสิทธิภาพ’ มากที่สุดได้เสมอ
เเต่ด้วยความคิดผิดๆ เเบบนี้ ผมเองก็ได้ลองวางขายสินค้าชิ้นเเรกในอาทิตย์นี้เพราะอยากรีบทําตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ตั้งเเต่ต้นปีให้สําเร็จ เเละตามที่ผมคาดไว้ กระเเสตอบรับก็ออกมาดีมากๆ เลยครับ
ภายในสองสามวันเเรก สินค้าก็ได้ถูกคนจองไปเเล้วมากกว่า 30 ชิ้น !!!
เเละตอนนั้นเอง ผมก็รู้สึกภูมิใจมาก เพราะมันเหมือนเป็นการที่ผมสามารถ ‘หาเงิน’ จากการสร้างคอนเท้น เเละการมีผู้ติดตามได้ครั้งเเรกจริงๆ
อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังความสําเร็จเล็กๆ นี้ ผมก็ได้ประสบปัญหาหลายอย่างมากๆ
เรื่องใหญ่ที่สุดเลย คือเรื่องของบาลานซ์ระหว่าง การทําสิ่งที่ชอบ vs. การทําธุรกิจ
อย่างที่หลายๆ คนทราบ ผมเองก็ได้เริ่มต้นการทํายูทูปเพราะอยากสร้างคอนเท้นที่ให้ความรู้ ที่มีประโยชน์จริงๆ เเละช่วยให้ทุกคน สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เเต่ความฝันนี้มันเกินจริงไปหน่อย เพราะในชีวิตจริง การทําคอนเท้นเพียงอย่างเดียวไม่ได้สร้างรายได้มากขนาดนั้น บางคนที่มีผู้ติดตามหลายเเสน ยังเเทบไม่มีเงินเก็บเลยครับ เพราะเสียรายได้ไปกับค่าจ้างทีมงาน เเละค่าใช้จ่ายต่างๆ
เเละพอได้ยินเรื่องเล่านี้จากรุ่นพี่ยูทูปเบอร์หลายๆ ท่าน ผมก็ได้ตัดสินใจมองให้การทําคอนเท้นเป็นธุรกิจมากขึ้น ผมละเอียดกับการทําคลิปทุกคลิป ละเอียดกับทุกประโยคที่ผมพูด เเละจริงจังกับการทําให้ทุกคลิปสามารถสร้างรายได้ที่ ‘มากพอ’ ให้ผมไม่ต้องมากังวลกับการขาดทุน
เเต่พอทําไปเรื่อยๆ มันเหมือนกับความสุขในการทําสิ่งที่ผมรัก มันค่อยๆ ลดลงไปเรื่อยๆ
เเละเอาจริงๆ ความรู้สึกของผมสามารถถูกอธิบายได้ผ่านคําเตือนของคุณ Elizabeth Gilbert ในหนังสือเรื่อง 'Big Magic' ที่ผมเคยได้อ่านในช่วงที่ผ่านมา:
“Don’t demand that your creativity pay for your life. Let it be your plaything, your pet, your delight.”
กล่าวคือ “อย่าบังคับให้ความคิดสร้างสรรค์ต้องสร้างรายได้ให้เรา ให้มันเป็นสิ่งที่เราเล่นได้อย่างอิสระ เหมือนกับสัตว์เลี้ยงที่เรารัก เป็นเเหล่งรวมของพลังบวก”
ซึ่งพอนึกถึงคําพูดนี้ มันทําให้ผมได้เข้าใจว่าช่วงที่ผ่านมา ต่อให้รายได้ผมจะเพิ่มมากเเค่ไหน สิ่งที่ผมต้องเสียไปคือ ความจริงใจในการทําคอนเท้น ความเป็นตัวของตัวเอง เเละความสามารถในการสร้างคอนเท้น ที่มีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือคนจริงๆ
เเละนี่ก็เป็น ‘จุดเปลี่ยน’ ที่ทําให้ผมคิดได้ว่าผมต้องหาวิธีทําคอนเท้นด้วยจุดประสงค์เดียวกันกับตอนที่ผมเริ่มทํายูทูปให้ได้ เเละถ้าจะขายของ ก็ต้องมั่นใจมากๆ ว่ามันเป็นสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ เเละคุ้มค่าสําหรับผู้ซื้อจริงๆ เหมือนกับ Nerdy Student Planner ที่ผมได้ใช้เวลาทํามากกว่า 60 ชม. เเละตั้งใจวางขายเพื่อช่วยจัดการชีวิตของนักเรียนหรือนักศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
เเละก็มีคําพูดของนักเขียนชาวอเมริกัน Simon Sinek ในหนังสือ 'Start With Why' ที่ผมจะยึดเป็นคติประจําตัวสําหรับการทําธุรกิจตลอดชีวิตเลยครับ:
“People don’t buy what you do; they buy why you do it.”
เเปลว่า “คนไม่ซื้อสินค้าที่คุณวางขายเพราะตัวสินค้าหรอก พวกเขาซื้อเพราะเหตุผลที่คุณขาย”
ทุกสิ่งที่ผมได้เล่ามาในอีเมลฉบับนี้ ล้วนเป็นสิ่งที่ทําให้ผมรู้สึกจริงๆนะ ว่าอาทิตย์นี้ เป็นอาทิตย์ที่ทําให้ผมรู้สึกเเย่มากที่สุดในรอบหลายปีเลย เเต่มันก็เเลกมากับบทเรียนที่คุ้มค่ามากๆ เลยครับ
ผมหวังว่าเรื่องราวในอาทิตย์นี้ จะพอเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ :)
ไว้เจอกันใหม่อาทิตย์หน้านะครับบบ !
0 comments